น้ำกระเจี้ยบแดง แก้ไอได้

น้ำกระเจี๊ยบแดง แก้ไอได้

น้ำกระเจี๊ยบแดง แก้ไอได้
น้ำกระเจี๊ยบแดง แก้ไอได้

น้ำกระเจี๊ยบแดง แก้ไอได้ ในช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงกันบ่อย ๆ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝน อากาศแบบนี้ทำให้เราเป็นหวัดกันได้ง่าย ๆ เมื่อเป็นหวัดอาการไอ อาการจามจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จะกินแต่ยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียวก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ กระเจี๊ยบแดงก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่หาได้ใกล้ตัวที่ช่วยลดอาการไอได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ดังนั้นจึงขอถือโอกาสนำเอาวิธีการทำน้ำกระเจี๊ยบแดงแบบง่าย ๆ มาแนะนำ เผื่อจะช่วยลดอาการไอในช่วงที่เป็นหวัดได้อีกทางหนึ่ง

น้ำกระเจี๊ยบแดง รายการที่จะต้องจัดเตรียมก่อนทำ

  1. กลีบกระเจี๊ยบแดงปริมาณ 20 กรัม (ได้จากการแกะกลีบกระเจี๊ยบแฉกสีแดงฉ่ำมาจากผลของกระเจี๊ยบ เมื่อแกะกลีบกระเจี๊ยบออกมาแล้ว ให้นำไปล้างน้ำเพื่อนำเอาหนาม หรือสิ่งสกปรกที่ติดผลกระเจี๊ยบมาออก)
  2. น้ำตาลทราย 200 -300 กรัม หรือน้ำตาลกรวด หรือน้ำตาลจากหญ้าหวาน (สำหรับคนที่ไม่อยากใช้น้ำตาล)  – ปริมาณน้ำตาลสามารถใส่ได้ตามชอบ
  3. เกลือ 2 ช้อนชา
  4. น้ำ 2 ลิตร

น้ำกระเจี๊ยบแดง วิธีการทำ

  1. เทน้ำประมาณ 2 ลิตรในหม้อที่ตั้งไฟ จากนั้นนำเอากลีบกระเจี๊ยบแดงที่ล้างสะอาดแล้วใส่ต้มจนเดือด

    น้ำกระเจี๊ยบแดง แก้ไอได้
    น้ำกระเจี๊ยบแดง แก้ไอได้
  2. จากนั้นจึงตักเอาเนื้อของกลีบกระเจี๊ยบออก (สามารถนำเอาเนื้อกระเจี๊ยบมาทำเป็นแยมต่อได้อีกด้วย)
  3. เติมน้ำตาลลงไปในหม้อในขณะเดือด คนให้น้ำตาลละลาย
  4. เติมเกลือประมาณ 2 ช้อนชาลงไป คนจนละลายให้เข้ากัน
  5. เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำกระเจี๊ยบแดง สำหรับนำมาดื่มได้แล้ว

น้ำกระเจี๊ยบแดง เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการชงดื่ม

  1. ถ้าให้ช่วยบรรเทาอาการไอ ควรจิบแบบอุ่น หรือไม่ต้องเติมน้ำแข็ง
  2. สามารถนำเอาเนื้อกระเจี๊ยบมาปั่น แล้วใส่ลงไปในน้ำกระเจี๊ยบ ก็จะได้น้ำกระเจี๊ยบพร้อมเนื้อกระเจี๊ยบแบบหนึบ ๆ
  3. หากต้องการดื่มน้ำกระเจี๊ยบแบบซ่า ๆ ก็สามารถเติมน้ำโซดาลงไปได้ ก็จะได้น้ำกระเจี๊ยบเย็นซ่า ดื่มดับกระหายในยามร้อน ๆ ได้

นอกจากนี้แล้วอยากจะขอนำเอาความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติ และสรรพคุณของกระเจี๊ยบแดง จากเมดไทยทั้งต้นมาให้ศึกษากันด้วยครับ

กระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณมากมาย

น้ำกระเจี๊ยบแดง แก้ไอได้ แถมยังช่วยลดคอเลสเตอรอล และไขมันเลว (LDL) เพิ่มไขมันดี (HDL), ช่วยละลายไขมันในเส้นเลือด, เป็นยาบำรุงธาตุ, ทำให้ความเหนียวข้นของเลือดลดลง, ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดแข็งเปราะได้เป็นอย่างดี, แก้อาการคอแห้ง กระหายน้ำ, ช่วยแก้อาการร้อนใน, ช่วยลดความดัน, ช่วยรักษาและป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน, ช่วยขับปัสสาวะ, ช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ลดอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, ป้องกัน และชะลอการลุกลามของโรคมะเร็ง

กระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณเกี่ยวกับการลดไข้ และป้องกันหวัด

  1. ช่วยแก้อาการคอแห้ง กระหายน้ำ (น้ำกระเจี๊ยบแดง, ผล)
  2. น้ำกระเจี๊ยบช่วยแก้อาการร้อนใน (น้ำกระเจี๊ยบแดง)
  3. ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  4. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันหวัด เนื่องจากกระเจี๊ยบแดงมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารสีแดงในกลุ่มเดียวกับที่พบในผลไม้อย่างบลูเบอร์รี แต่กระเจี๊ยบแดงจะมีสารชนิดนี้มากกว่าบลูเบอร์รีถึง 50%
  5. ช่วยลดไข้ (น้ำกระเจี๊ยบแดง)
  6. ดอกกระเจี๊ยบแดงช่วยแก้อาการไอ (น้ำกระเจี๊ยบแดง, ดอก)
  7. ใบใช้เป็นยากัดเสมหะ ขับเมือกมันในลำคอให้ลงสู่ทวารหนัก (ใบ, ดอก)

กระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณเกี่ยวกับระบบเลือด

  1.   กลีบเลี้ยงของดอกหรือกลีบที่เหลือที่ผล ใช้เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือดและช่วยลดน้ำหนัก โดยมีการทดลองกับกระต่ายที่มีไขมันสูง แล้วพบว่าระดับไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอล และระดับไขมันเลว (LDL) ลดลง และมีปริมาณของไขมันชนิดดี (HDL) เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ความรุนแรงของการอุดตันหลอดเลือดแดงใหญ่จากหัวใจก็น้อยลงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบแดงอีกด้วย (ผล, เมล็ด, น้ำกระเจี๊ยบแดง)
  2. ดอกกระเจี๊ยบแดงช่วยละลายไขมันในเส้นเลือด (ดอก)
  3. ช่วยลดความดันโลหิต โดยไม่มีผลร้ายแต่อย่างใด มีรายงานการวิจัยทางคลินิกพบว่าในวันที่ 12 หลังผู้ป่วยได้รับชาชงกระเจี๊ยบแดงทุกวัน
  4. ค่าความดันโลหิตเมื่อหัวใจบีบตัวและคลายตัวลดลง 11.2% และ 10.7% ตามลำดับเมื่อเทียบกับวันแรก และ 3 วันหลังจากหยุดดื่มชาชง ความความดันโลหิตทั้งสองค่าก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (น้ำกระเจี๊ยบแดง)
  5. เมล็ดช่วยบำรุงโลหิต (เมล็ด)
  6. ช่วยแก้เส้นเลือดตีบตัน ช่วยรักษาเส้นเลือดให้แข็งแรงและอ่อนนิ่มยืดหยุ่นได้ดี (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  7. น้ำกระเจี๊ยบช่วยทำให้ความเหนียวข้นของเลือดลดลง (น้ำกระเจี๊ยบแดง)
  8. ดอกกระเจี๊ยบแดงช่วยรักษาโรคเส้นเลือดแข็งเปราะได้เป็นอย่างดี (น้ำ
  9. กระเจี๊ยบแดง)
  10. ช่วยรักษาและป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เนื่องจากมีวิตามินซีในปริมาณที่สูงอยู่พอสมควร (น้ำกระเจี๊ยบแดง)

กระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร และลำใส้

  1. ช่วยในการย่อยอาหาร ใช้เป็นยาระบาย ช่วยหล่อลื่นลำไส้ ทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น (น้ำกระเจี๊ยบแดง, เมล็ด, ยอดและใบ)
  2. ในอียิปต์มีการใช้ทั้งต้นนำมาต้มกินเป็นยาลดน้ำหนัก เนื่องจากเป็นยาระบายและยังช่วยฆ่าเชื้อในลำไส้ได้อีกด้วย (ทั้งต้น)
  3. ช่วยรักษาโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ ด้วยการใช้ผลแห้งนำมาบดเป็นผง ใช้รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะแล้วดื่มน้ำตาม วันละ 3-4 ครั้ง (ผล)
  4. ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร (ผล)
  5. ใบกระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณช่วยแก้โรคพยาธิตัวจี๊ด หรือจะใช้ผลอ่อนนำมาต้มรับประทานติดต่อกัน 5-8 วัน หรือจะใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ หรือจะใช้ทั้งต้นใส่หม้อต้มกับน้ำ 3 ส่วน เคี่ยวไฟจนงวดให้เหลือ 1 ส่วน แล้วผสมกับน้ำผึ้งกึ่งหนึ่ง ใช้รับประทานวันละ 3 เวลา หรือจะรับประทานน้ำยาเปล่า ๆ ก็ได้จนหมดน้ำยา (ใบ, ผล, ทั้งต้น)

กระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณเกี่ยวกับระบบปัสสาวะ

  1. น้ำกระเจี๊ยบมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ เป็นการช่วยลดความดันได้อีกทางหนึ่ง โดยมีรายงานวิจัยทางคลินิกว่า เมื่อให้ผู้ป่วยดื่มผงกระเจี๊ยบขนาด 3 กรัม ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย ดื่มวันละ 3 ครั้ง นาน 7 วัน พบว่าได้ผลดีในการขับปัสสาวะ (น้ำกระเจี๊ยบแดง, เมล็ด, ยอดและใบ)
  2. ช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ลดอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีอาการปวดแสบ โดยใช้กระเจี๊ยบแห้งบดเป็นผงประมาณ 3 กรัม นำมาชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย ใช้ดื่มวันละ 3 ครั้ง ประมาณ 7 วัน หรือจนกว่าจะหาย ซึ่งจากรายงานการวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่ดื่มน้ำกระเจี๊ยบแดงขนาด 3 กรัม ชงกับน้ำเดือด 1 แก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้ง เป็นระยะเวลา 1 ปี พบว่าผู้ป่วยกว่า 80% มีปัสสาวะที่ใสขึ้นกว่าเดิม
  3. และยังพบว่าปัสสาวะมีความเป็นกรดมากขึ้น จึงช่วยในการฆ่าเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้เป็นอย่างดี (น้ำกระเจี๊ยบแดง, เมล็ด)
  4. ช่วยแก้อาการขัดเบา โดยใช้กลีบเลี้ยงของผลหรือกลีบรองดอกสีม่วงแดง นำมาตากแห้งแล้วบดให้เป็นผง นำมาใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา (ประมาณ 3 กรัม) ใช้ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย (ประมาณ 250 มิลลิลิตร) แล้วนำมาเฉพาะน้ำสีแดงใส วันละ 3 ครั้ง ดื่มติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการจะดีขึ้นและหายไป (น้ำกระเจี๊ยบแดง)
  5. ช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต (น้ำกระเจี๊ยบแดง)

กระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณเกี่ยวกับระบบตับ และไต

  1. กระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์ต้านการเกิดพิษต่อตับและช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายจากสารพิษ โดยมีงานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า สารสกัดด้วยน้ำ (Anthocyanins) และสาร Protocatechuic Acid ของกระเจี๊ยบแดง สามารถช่วยลดความเป็นพิษต่อตับจากสารพิษได้หลายชนิด (น้ำกระเจี๊ยบแดง)
  2. ช่วยเพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับ และช่วยป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลาย (น้ำกระเจี๊ยบแดง, เมล็ด)
  3. ดอกกระเจี๊ยบแดงช่วยรักษาไตพิการ (น้ำกระเจี๊ยบแดง)

กระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณเกี่ยวกับการป้องกันเนื้องอก และการป้องกันมะเร็ง

  1. ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของกระเจี๊ยบแดง ช่วยลดอาการบวม ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งเชื้อราอะฟลาท็อกซิน ไวรัสเริม ยับยั้งเนื้องอก ช่วยขับกรดยูริก คล้ายกล้ามเนื้อเรียบ และลดความเจ็บปวด
  2. สารสกัดจากลีบดอกของกระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสตรีวัยทองไม่มากก็น้อย (กลีบดอก)
  3. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โดยสารแอนโทไซยานินจากกระเจี๊ยบมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งออกซิเดชันของไขมันเลส และยับยั้งการตายของมาโครฟาจ โดยมีสาร Dp3-Sam ซึ่งเป็นแอนโทไซยานินชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวในห้องทดลองได้ จึงมีผลในการช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและอาจช่วยชะลอการลุกลามของมะเร็งบางชนิดได้ (น้ำกระเจี๊ยบแดง)

กระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณอื่น ๆ

  1. เมล็ดช่วยแก้ดีพิการ (เมล็ด)
  2. เมล็ดใช้เป็นยาบำรุงธาตุ บำรุงกำลัง (เมล็ด, น้ำกระเจี๊ยบแดง, ยอดและใบ)
  3. ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  4. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  5. ในอียิปต์มีการใช้ทั้งต้นของกระเจี๊ยบแดงมาต้มกินเพื่อเป็นยารักษาโรคหัวใจและโรคประสาท (ทั้งต้น)
  6. ใบใช้ตำพอกฝีหรือใช้ต้มน้ำเพื่อใช้ล้างแผลได้ (ใบ)

Ref: https://medthai.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *